
ประวัติความเป็นมาของกีฬาฟันดาบ History of fencing sport
ในประวัติศาสตร์ของการฟันดาบเท่าที่พอจะสืบสาวได้มีอยู่สองสมัยที่ระยะเวลาเหลื่อมกันอยู่คือ สมัยแรกมีระยะตั้งแต่โบราณกาล มาถึงคริสต์ศตวรรษที่ 19 ซึ่งในระหว่างสมัยนั้น ศิลปะของการใช้ดาบ (Swordsmanship) ได้ศึกษากันเพื่อการนำเอาไปใช้งานจริงๆ และสมัยที่สองการฟันดาบ (Fencing) ที่ถือเป็นกีฬาแท้ๆ ให้นับย้อนหลังไปตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 19 จวบจนถึงปัจจุบันนี้ อดีตที่ผ่านมาการต่อสู้กันด้วยดาบหรือที่เรียกว่า “ดวลดาบ” มีการเรียนการสอนเฉพาะสำนักดาบของผู้ที่สถาปนาตนเป็น “ครูดาบ” โดยเรียกสำนักดาบเหล่านี้ว่า Schools and masters of fence ต่อมา การดวลดาบได้กลายเป็นกีฬาฟันดาบ โดยเปลี่ยนจาก Fence เป็น Fencing กีฬาฟันดาบที่แข่งขันในปัจจุบันมีแหล่งกำเนิดจากประเทศสเปน และตำราฟันดาบเล่มแรกเขียนขึ้นโดยปรมาจารย์ฟันดาบ 2 ท่านคือ “ปอนส์ และเปโดร” ซึ่งเขียนขึ้นในปี ค.ศ. 1474 (พ.ศ. 2017) ต่อมาในคริสต์ศตวรรษที่ 16 การดวลดาบเป็นที่นิยมมากและครูดาบชาวอิตาเลียนได้ทำชื่อเสียงเป็นที่รู้จักมากขึ้น แม้ในฝรั่งเศสรัชสมัยของราชินีที่มีเชื้อสายอิตาเลียน ชื่อเสียงของครูดาบชาวอิตาเลียน ขจรขจายไปถึงเยอรมันและอังกฤษ แต่ด้วยการดวลดาบทำให้มีผู้คนล้มตายมากยิ่งขึ้น ล้วนแต่เป็นลูกผู้ดีมีสกุลทั้งสิ้น พระราชาและพระราชินีแห่งฝรั่งเศสจึงมีรับสั่งห้ามการดวลดาบ ด้วยหวังว่าจำนวนผู้ล้มตายจากการนี้จะลดลง แต่กลับมีจำนวนผู้ถึงแก่ชีวิตเพิ่มมากขึ้น ด้วยสาเหตุที่การดวลดาบได้ก่ออันตรายถึงแก่ชีวิต ครูดาบชาวฝรั่งเศสชื่อ ลา บัวซิเยร์ จึงได้ประดิษฐ์หน้ากากและดัดแปลงอาวุธที่ใช้กันให้เป็นดาบฝึกที่ปลอดภัย การดวลดาบจึงได้กลายมาเป็นกีฬาฟันดาบนับแต่บัดนี้ และการดวลดาบได้ถูกสั่งห้ามโดยเด็ดขาด ถึงกับมีการบัญญัติกฎหมายขึ้นมาเพื่อการดวลดาบโดยเฉพาะซึ่งจะเหลือแต่กีฬาฟันดาบที่มีเครื่องป้องกันครบทั้งหน้ากาก และดาบที่ไม่เป็นอันตราย ในปี ค.ศ. 1896 (พ.ศ. 2439) การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ณ กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ ถือเป็นมหกรรมกีฬาของมวลมนุษยชาติครั้งแรก กีฬาฟันดาบเป็นหนึ่งในมหกรรมที่ยิ่งใหญ่นี้ด้วย ส่งผลให้กีฬาฟันดาบกลายเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลาย กติกาที่ใช้ควบคุมการแข่งขันได้ถูกประมวลขึ้นโดยสหพันธ์ฟันดาบระหว่างประเทศ ซึ่งได้รับการยอมรับจากคณะกรรมการโอลิมปิกสากลให้ใช้ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก โดยเรียกว่า “กติกาสำหรับการแข่งขัน” (Reglement Pour lea epreves) ในระหว่างการแข่งขันจนถึงปี ค.ศ. 1956 (พ.ศ. 2499) นับดาบจากประเทศอิตาลี ฝรั่งเศส และฮังการี ได้แสดงฝีมือให้เป็นที่ยอมรับจากบรรดานักดาบทั้งหลาย พัฒนาการในท่าต่างๆ ของกีฬาฟันดาบยังมีการพัฒนากันอย่างต่อเนื่องด้วยเป็นกีฬาที่นิยมแพร่หลายไปหลายประเทศ และแต่ละประเทศต่างก็พัฒนาวิชาการและยุทธวิธีของการฟันดาบขึ้นมาเป็นแบบใหม่ เพื่อมีความทันสมัย พัฒนาการทั้งหมดต่างก็อยู่ในการควบคุมดูแลของสหพันธ์ฟันดาบระหว่างประเทศ (Federation International’d Escrime) การฟันดาบในประเทศไทย เริ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2478 แต่ไม่ได้ดำเนินการมาโดยต่อเนื่อง จนถึงปี พ.ศ. 2508 กีฬาฟันดาบจึงได้รับความสนใจจากประชาชน แต่เป็นเพียงส่วนน้อย และค่อยๆ ได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ สมาคมนักฟันดาบสมัครเล่นจึงได้เกิดขึ้น ในที่สุดการพัฒนากีฬาฟันดาบก็เริ่มเข้าสู่มาตรฐาน การคัดเลือกนักกีฬาเป็นไปอย่างกว้างขวาง แม้จะมีนักกีฬาฟันดาบฝีมือดีเพียงเล็กน้อยก็ตาม ครั้งแรกที่นักกีฬาไทยเข้าร่วมการแข่งขันกับนานาชาติคือ การเข้าร่วมการแข่งขันในเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 7 ณ กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน ต่อจากนั้น จึงได้เข้าร่วมในการแข่งขันระหว่างประเทศเรื่อยมา และประสบผลสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ กีฬาฟันดาบถือได้ว่าเป็นกีฬาสมัยใหม่ที่สุด เพราะมีการพัฒนาที่เป็นวิวัฒนาการตามธรรมชาติ ผู้ที่เล่นกีฬานี้ยังคงพัฒนาตามวิวัฒนาการ เพราะจะยึดถือแบบอย่างเดิมอีกต่อไปไม่ได้ จำเป็นต้องมีแนวคิดหรือหลักใหม่ที่เหมาะสมในการที่จะบรรลุความสำเร็จ ฟันดาบเป็นกีฬาที่มีค่านิยมน้อย แต่มีคุณธรรมสูง ซึ่งความนิยมอาจถึงจุดอิ่มตัว แต่คุณธรรมไม่รู้จักอิ่มตัว และยิ่งแสวงหาให้เพิ่ม
ในประวัติศาสตร์ของการฟันดาบเท่าที่พอจะสืบสาวได้มีอยู่สองสมัยที่ระยะเวลาเหลื่อมกันอยู่คือ สมัยแรกมีระยะตั้งแต่โบราณกาล มาถึงคริสต์ศตวรรษที่ 19 ซึ่งในระหว่างสมัยนั้น ศิลปะของการใช้ดาบ (Swordsmanship) ได้ศึกษากันเพื่อการนำเอาไปใช้งานจริงๆ และสมัยที่สองการฟันดาบ (Fencing) ที่ถือเป็นกีฬาแท้ๆ ให้นับย้อนหลังไปตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 19 จวบจนถึงปัจจุบันนี้ อดีตที่ผ่านมาการต่อสู้กันด้วยดาบหรือที่เรียกว่า “ดวลดาบ” มีการเรียนการสอนเฉพาะสำนักดาบของผู้ที่สถาปนาตนเป็น “ครูดาบ” โดยเรียกสำนักดาบเหล่านี้ว่า Schools and masters of fence ต่อมา การดวลดาบได้กลายเป็นกีฬาฟันดาบ โดยเปลี่ยนจาก Fence เป็น Fencing กีฬาฟันดาบที่แข่งขันในปัจจุบันมีแหล่งกำเนิดจากประเทศสเปน และตำราฟันดาบเล่มแรกเขียนขึ้นโดยปรมาจารย์ฟันดาบ 2 ท่านคือ “ปอนส์ และเปโดร” ซึ่งเขียนขึ้นในปี ค.ศ. 1474 (พ.ศ. 2017) ต่อมาในคริสต์ศตวรรษที่ 16 การดวลดาบเป็นที่นิยมมากและครูดาบชาวอิตาเลียนได้ทำชื่อเสียงเป็นที่รู้จักมากขึ้น แม้ในฝรั่งเศสรัชสมัยของราชินีที่มีเชื้อสายอิตาเลียน ชื่อเสียงของครูดาบชาวอิตาเลียน ขจรขจายไปถึงเยอรมันและอังกฤษ แต่ด้วยการดวลดาบทำให้มีผู้คนล้มตายมากยิ่งขึ้น ล้วนแต่เป็นลูกผู้ดีมีสกุลทั้งสิ้น พระราชาและพระราชินีแห่งฝรั่งเศสจึงมีรับสั่งห้ามการดวลดาบ ด้วยหวังว่าจำนวนผู้ล้มตายจากการนี้จะลดลง แต่กลับมีจำนวนผู้ถึงแก่ชีวิตเพิ่มมากขึ้น ด้วยสาเหตุที่การดวลดาบได้ก่ออันตรายถึงแก่ชีวิต ครูดาบชาวฝรั่งเศสชื่อ ลา บัวซิเยร์ จึงได้ประดิษฐ์หน้ากากและดัดแปลงอาวุธที่ใช้กันให้เป็นดาบฝึกที่ปลอดภัย การดวลดาบจึงได้กลายมาเป็นกีฬาฟันดาบนับแต่บัดนี้ และการดวลดาบได้ถูกสั่งห้ามโดยเด็ดขาด ถึงกับมีการบัญญัติกฎหมายขึ้นมาเพื่อการดวลดาบโดยเฉพาะซึ่งจะเหลือแต่กีฬาฟันดาบที่มีเครื่องป้องกันครบทั้งหน้ากาก และดาบที่ไม่เป็นอันตราย ในปี ค.ศ. 1896 (พ.ศ. 2439) การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ณ กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ ถือเป็นมหกรรมกีฬาของมวลมนุษยชาติครั้งแรก กีฬาฟันดาบเป็นหนึ่งในมหกรรมที่ยิ่งใหญ่นี้ด้วย ส่งผลให้กีฬาฟันดาบกลายเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลาย กติกาที่ใช้ควบคุมการแข่งขันได้ถูกประมวลขึ้นโดยสหพันธ์ฟันดาบระหว่างประเทศ ซึ่งได้รับการยอมรับจากคณะกรรมการโอลิมปิกสากลให้ใช้ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก โดยเรียกว่า “กติกาสำหรับการแข่งขัน” (Reglement Pour lea epreves) ในระหว่างการแข่งขันจนถึงปี ค.ศ. 1956 (พ.ศ. 2499) นับดาบจากประเทศอิตาลี ฝรั่งเศส และฮังการี ได้แสดงฝีมือให้เป็นที่ยอมรับจากบรรดานักดาบทั้งหลาย พัฒนาการในท่าต่างๆ ของกีฬาฟันดาบยังมีการพัฒนากันอย่างต่อเนื่องด้วยเป็นกีฬาที่นิยมแพร่หลายไปหลายประเทศ และแต่ละประเทศต่างก็พัฒนาวิชาการและยุทธวิธีของการฟันดาบขึ้นมาเป็นแบบใหม่ เพื่อมีความทันสมัย พัฒนาการทั้งหมดต่างก็อยู่ในการควบคุมดูแลของสหพันธ์ฟันดาบระหว่างประเทศ (Federation International’d Escrime) การฟันดาบในประเทศไทย เริ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2478 แต่ไม่ได้ดำเนินการมาโดยต่อเนื่อง จนถึงปี พ.ศ. 2508 กีฬาฟันดาบจึงได้รับความสนใจจากประชาชน แต่เป็นเพียงส่วนน้อย และค่อยๆ ได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ สมาคมนักฟันดาบสมัครเล่นจึงได้เกิดขึ้น ในที่สุดการพัฒนากีฬาฟันดาบก็เริ่มเข้าสู่มาตรฐาน การคัดเลือกนักกีฬาเป็นไปอย่างกว้างขวาง แม้จะมีนักกีฬาฟันดาบฝีมือดีเพียงเล็กน้อยก็ตาม ครั้งแรกที่นักกีฬาไทยเข้าร่วมการแข่งขันกับนานาชาติคือ การเข้าร่วมการแข่งขันในเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 7 ณ กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน ต่อจากนั้น จึงได้เข้าร่วมในการแข่งขันระหว่างประเทศเรื่อยมา และประสบผลสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ กีฬาฟันดาบถือได้ว่าเป็นกีฬาสมัยใหม่ที่สุด เพราะมีการพัฒนาที่เป็นวิวัฒนาการตามธรรมชาติ ผู้ที่เล่นกีฬานี้ยังคงพัฒนาตามวิวัฒนาการ เพราะจะยึดถือแบบอย่างเดิมอีกต่อไปไม่ได้ จำเป็นต้องมีแนวคิดหรือหลักใหม่ที่เหมาะสมในการที่จะบรรลุความสำเร็จ ฟันดาบเป็นกีฬาที่มีค่านิยมน้อย แต่มีคุณธรรมสูง ซึ่งความนิยมอาจถึงจุดอิ่มตัว แต่คุณธรรมไม่รู้จักอิ่มตัว และยิ่งแสวงหาให้เพิ่ม





